กรรไกรงานช่าง มีกี่ประเภทและใช้อย่างไรให้ถูกประเภท?

ในการทำงานตัดชิ้นงานประเภทต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นงานบ้าน งานซ่อมแซม หรืองานสวน การเลือกใช้ "กรรไกร" ให้ตรงกับประเภทของวัสดุถือเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง เพราะนอกจากจะช่วยให้ตัดชิ้นงานได้อย่างแม่นยำและได้งานคุณภาพแล้ว ยังช่วยป้องกันอุบัติเหตุระหว่างทำงานและยืดอายุการใช้งานของกรรไกรอีกด้วย

1. กรรไกรมาตรฐาน
ลักษณะเฉพาะและจุดเด่น : ขนาดกะทัดรัด น้ำหนักเบา ใช้งานทั่วไปในบ้านหรือสำนักงาน
วัสดุ/งานที่เหมาะสม : กระดาษ, ฟิวเจอร์บอร์ดแผ่นบาง, เชือกฟาง


2. กรรไกรตัดผ้า
ลักษณะเฉพาะและจุดเด่น : ใบมีดสเตนเลสปลายแหลม ด้ามจับใหญ่เพื่อความกระชับ ช่วยไม่ให้เส้นใยผ้าหลุดลุ่ย
วัสดุ/งานที่เหมาะสม : ผ้าชนิดต่างๆ เท่านั้น (ไม่ควรนำไปตัดวัสดุอื่น)

3. กรรไกรตัดแผ่นโลหะ
ลักษณะเฉพาะและจุดเด่น : ปากกรรไกรทำจากเหล็กกล้าชุบแข็งพิเศษ ด้ามจับหนาจับกระชับมือ
วัสดุ/งานที่เหมาะสม : แผ่นสังกะสี, แผ่นเหล็ก, แผ่นอลูมิเนียม


4. กรรไกรตัดท่อ PVC
ลักษณะเฉพาะและจุดเด่น : ออกแบบมาสำหรับตัดท่อพีวีซีโดยเฉพาะ ตัดแล้วขอบท่อเรียบเนียนสวยกว่าใช้เลื่อย
วัสดุ/งานที่เหมาะสม : ท่อ PVC เส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 3 – 42 มม.


5. กรรไกรตัดกิ่งไม้
ลักษณะเฉพาะและจุดเด่น : มีหลายขนาดตามการใช้งาน ใช้สำหรับเล็มและตัดแต่งทรงต้นไม้
วัสดุ/งานที่เหมาะสม : กิ่งไม้ขนาดเล็ก, พุ่มไม้, ไม้ดอกไม้ประดับ


6. กรรไกรตัดหญ้า
ลักษณะเฉพาะและจุดเด่น : ใบมีดเรียวยาว ขอบแหลม เข้าถึงมุมแคบได้ดี มีทั้งแบบปากเรียบและปากหยัก
วัสดุ/งานที่เหมาะสม : ตัดหญ้าในสวน และสนามหญ้า


7. กรรไกรตัดเหล็ก
ลักษณะเฉพาะและจุดเด่น : เครื่องมือช่างหนัก ทนทานสูง มีขนาดให้เลือกตั้งแต่ 8 นิ้ว ถึง 36 นิ้ว
วัสดุ/งานที่เหมาะสม : เหล็กเส้น, ลวดทองแดง, ลวดสลิง, โซ่, หัวตะปู, สายไฟ

ข้อควรระวังในการใช้งานกรรไกรงานช่าง
หลีกเลี่ยงการใช้แทนกัน: แม้กรรไกรบางชนิดอาจดูคล้ายกัน แต่การนำไปตัดวัสดุผิดประเภทอาจทำให้ใบมีดบิ่น เสียความคม หรือเกิดอันตรายรุนแรงขณะใช้งานได้
ตรวจเช็กความพร้อม: ก่อนใช้งานควรตรวจสอบจุดหมุน น็อตยึด และความสมบูรณ์ของใบมีดเสมอ
การทำความสะอาดและจัดเก็บ: หลังใช้งานควรเช็ดทำความสะอาด คราบ nhựa หรือความชื้น และหยอดน้ำมันหล่อลื่นเป็นประจำเพื่อป้องกันสนิม