เรื่องน่ารู้ ก่อนใช้งานตู้เชื่อมไฟฟ้า

          งานก่อสร้างขึ้นโครงสร้างต่าง ๆ หรืองานที่ต้องผสานโลหะเข้าหากัน คือรูปแบบงานที่ไม่สามารถขาดอุปกรณ์ชิ้นสำคัญอย่างตู้เชื่อมไปได้ เรียกได้ว่าการขึ้นโครงสร้างจะไม่สามารถเกิดขึ้นเลยก็ว่าได้ถ้าไม่มีตู้เชื่อม  ตู้เชื่อม เป็นอุปกรณ์ชิ้นสำคัญที่ช่วยในการเชื่อมชิ้นงานเข้าหากัน เพื่อให้เกิดความแข็งแรงทางด้านโครงสร้าง โดยการทำงานของตู้เชื่อมนั้นจะอาศัยความร้อนสูงมาทำการหลอมโลหะหรือเหล็ก เพื่อทำการเชื่อมชิ้นงานทั้ง 2 ชิ้นเข้าหากัน หลังจากนั้น เมื่อชิ้นงานเย็นตัวลง รอยเชื่อมก็จะถูกผสานเข้าหากันอย่างแข็งแรง ทนทาน

 

 

1. ตู้เชื่อม TIG (Tungsten Inert Gas Welding) หรือ ตู้เชื่อมอาร์กอน

          ตู้เชื่อมชนิดนี้ใช้กระแสไปรวมที่ปลายลวดทังสเตนจนเกิดความร้อนสูง แล้วส่งผ่านไปยังชิ้นงาน เพื่อให้เกิดการหลอมละลายจนเนื้องานผสานเป็นเนื้อเดียวกัน โดยใช้แก๊สอาร์กอน (แก๊สเฉื่อย) เป็นแก๊สปกคลุมแนวเชื่อม ป้องกันการทําปฏิกิริยากับอากาศรอบข้าง

          ข้อดี : ทำงานได้อย่างต่อเนื่อง ได้ชิ้นงานที่มีคุณภาพ สวยงาม สะอาด ไม่มีประกายไฟ ไม่ต้องใช้ลวดเติมก็สามารถใช้งานได้ ควันน้อยลดความเสี่ยงในการเป็นอันตรายต่อผู้ใช้งาน นอกจากนี้้ยังสามารถเชื่อมชิ้นงานบาง ๆ อย่าง สแตนเลส อลูมิเนียม ทองเหลือง ทองแดง ได้อีกด้วย

          ข้อด้อย : เป็นตู้เชื่อมที่มีราคาค่อนข้างแพง ทำงานช้า ใช้งานยาก มีการตั้งค่าก่อนการใช้งานที่ซับซ้อน ต้องใช้แก๊สอาร์กอนควบคู่ไปกับการใช้งาน

 

2.ตู้เชื่อม MIG (Metal Inert Gas) หรือ ตู้เชื่อมคาร์บอน

          เป็นตู้เชื่อมที่ใช้การป้อนเนื้อลวดลงไปที่ชิ้นงานโดยอัตโนมัติจากตัวเครื่อง ใช้แก๊สคาร์บอนไดออกไซด์เป็นแก๊สปกคลุมแนวเชื่อม เพื่อป้องกันการทําปฏิกิริยากับอากาศ เหมาะสำหรับโรงงานขนาดใหญ่ที่ต้องใช้เชื่อมโลหะเป็นจำนวนมาก

          ข้อดี : ทำงานได้อย่างต่อเนื่อง เชื่อมโลหะได้เกือบทุกชนิด เช่น เหล็ก สแตนเลส อลูมิเนียม ทองแดง นอกจากนี้ยังสามารถเดินแนวเชื่อมได้อย่างอย่างต่อเนื่อง และรวดเร็ว

          ข้อเสีย : ราคาสูง ผู้ใช้งานต้องมีความชำนาญ เพราะต้องมีการตั้งค่าที่ซับซ้อนก่อนการใช้งาน ไม่เหมาะกับการเคลื่อนย้ายไปมา

 

3.ตู้เชื่อมไฟฟ้า MMA (Manual Metal Arc Welding) หรือ ตู้เชื่อมอินเวอร์เตอร์

          เป็นตู้เชื่อมที่ต่อโลหะให้ติดกันด้วยวิธีการให้ความร้อนอุณหภูมิสูง การเชื่อมลักษณะนี้เป็นการเติมลวดเชื่อมหุ้มฟลักซ์ (Electrode) ในระหว่างการเชื่อมลงในแนวเชื่อม ฟลักซ์จะละลายเสริมให้แนวเชื่อมประสานกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ

          ข้อดี : ราคาไม่สูง ทำงานได้อย่างรวดเร็ว จบงานไว เคลื่อนย้ายง่าย พกพาไปมาสะดวก ไม่ต้องใช้แก๊ส

          ข้อเสีย : ไม่สามารถเชื่อมได้อย่างต่อเนื่อง มีควันเยอะ เสี่ยงต่อปัญหาสุขภาพ


ข้อควรปฏิบัติและความปลอดภัย

         1. ตรวจสอบสายไฟภายนอก การใช้ตู้เชื่อมไฟฟ้าผู้ใช้งานต้องตรวจสอบสายต่อภายนอกของตู้เชื่อมเป็นประจำทุกครั้ง โดยเฉพาะก่อนการใช้งานต้องตรวจสอบบริเวณจุดเชื่อมต่อให้ดีว่าแน่น เสียบได้อย่างสนิทแล้ว ไม่หลุดหรือหลวม ปราศจากสิ่งสกปรกอุดตัน รวมไปถึงรอยฉีกขาดบริเวณสายไฟแม้แต่นิดเดียวก็ห้ามมีโดยเด็ดขาด เพราะตู้เชื่อมใช้ไฟเป็นจำนวนมาก ไม่เช่นนั้นผู้ใช้งานอาจได้รับอันตรายได้

         2. ตรวจสอบสายดิน ตู้เชื่อมไฟฟ้าเป็นอุปกรณ์ที่ใช้ไฟเป็นจำนวนมาก ทำให้ต้องมีการติดตั้งสายดิน ดังนั้นควรตรวจสอบสายดินอย่างสม่ำเสมอ เพื่อความปลอดภัยก่อนการใช้งานทุกครั้ง ตรวจสอบดูให้ดีว่าไม่มีร่องรอยการฉีกขาด หรือชำรุด จนอาจทำให้เกิดกระแสไฟฟ้ารั่ว

         3. ตรวจสอบตัวเครื่อง ก่อนการใช้งานทุกครั้งต้องตรวจสอบตัวเครื่องให้เรียบร้อยว่ามีสภาพพร้อมใช้งานหรือไม่ มีส่วนไหนชำรุดผิดแผกไปจากเดิมทำให้ไม่พร้อมใช้งานหรือเปล่า ผู้ใช้งานควรรู้จักตัวเครื่องของตนเองให้ดีที่สุด จะได้คอยสังเกตสิ่งเหล่านี้ก่อนการใช้งาน ที่สำคัญต้องศึกษาข้อมูลให้ละเอียดในคู่มือก่อนการใช้งาน อย่าเสี่ยงใช้งานด้วยความไม่รู้ อาจเกิดอันตรายตามมาได้

         4. ศึกษาคู่มือก่อนการใช้งาน ใครที่ไม่เคยใช้งานตู้เชื่อมไฟฟ้า จำเป็นที่จะต้องศึกษาข้อมูลให้ละเอียดในคู่มือก่อนการใช้งานให้เรียบร้อย อย่าเสี่ยงใช้งานด้วยความไม่รู้ เพราะอาจเกิดอันตรายตามมาได้ ส่วนผู้ที่เคยใช้งานมาแล้วก็ควรศึกษาไว้เช่นเดียวกัน เพราะต่างตู้ต่างยี่ห้ออาจมีรูปแบบการใช้งาน มีระบบที่แตกต่างกันออกไป

         5. สวมอุปกรณ์ป้องกันทุกครั้ง การเชื่อมก่อให้เกิดประกายไฟ และแก๊สที่เป็นอันตรายต่อร่างกาย ดังนั้นจึงจําเป็นที่จะต้องสวมใส่อุปกรณ์ป้องกันทุกครั้ง ไม่ว่าจะเป็นหน้ากากป้องกัน ถุงมือ รวมไปถึงการทำงานในบริเวณที่ถ่ายเทอากาศได้ดี หลีกเลี่ยงการเชื่อมโดยไม่มีอุปกรณ์ป้องกันเพราะอาจเป็นอันตายได้

         

          การใช้งานตู้เชื่อมต้องอาศัยทั้งความเข้าใจในอุปกรณ์และการป้องกันความปลอดภัยที่เข้มงวด สำหรับมือใหม่ควรศึกษาคู่มืออย่างละเอียดและควรฝึกฝนภายใต้การดูแลของผู้เชี่ยวชาญเพื่อความปลอดภัยครับ

Visitors: 1,363,532